Review Merlin By Champ143 / Update 7

Champ-Audio-system
Views : 6458

Champ-Audio-system

Review Merlin Part 1 : By Champ143 – HTG2

April 2, 2011
……………………………………………………………

วันนี้ได้ลองซื้อน้ำยาทาพวกคอนแท็คของ Merlin USA มาใช้ดู
เห็นคุณ Big บอกว่ามีผลทางด้านภาพมากกว่าเสียง

เลยลองเอามาทากับหัวสายไฟ Wirewolrd Silver หัวท้าย Oyaide F1M1  (ทั้งตัวผู้และตัวเมีย)
จากเต้าผนัง ไปยังเครื่องฉาย JVC RS35 ดูโดยเปิดเฉพาะจากบลูเรย์เรื่อง AVATAR แผ่น USA

ผล ไม่รู้ว่าอุปทานไปหรือไม่ สิ่งที่สัมผัสได้ทันทีเลยคือเสียงมีพลังและดังขึ้น (เปิดวอลลุ่มเท่าเดิม)
ภาพพอผ่านไปได้สัก 20 นาที สีอิ่มและสดใสขึ้น
Noise น่ะเดิมก็ไม่มีอยู่แล้วเพราะกรองไฟแหลกลาญ เลยเทียบไม่ได้

เดี๋ยวพรุ่งนี้จะลองเอาไปทากับจอ LED ข้างบนดูน่าจะเห็นผลด้าน Noise ชัดเจนขึ้น
เลยนึกสนุกลองเอามาทาที่หัวสาย HDMI Wireworld Platinum จากบลูเรย์มารานซ์ UD9004
ไปยัง ปรี/โปร Mc MX150 และทาหัวสาย HDMI Furutech 1.3 V สีม่วง จากปรี/โปร Mc MX150
ไปยังเครื่องฉาย JVC RS35 ดูบ้าง

ผลที่ออกมา คราวนี้ชัดเจนเลยว่าสีที่ได้บนจออิ่ม สด และเห็นรายละเอียดมากขึ้น
ภาพตัวพระเอกและนางเอกมีบอดี้ชัดลึกมากขึ้นยังกับหรือเกือบจะเป็นตัวนูนคล้าย 3D เลย

ฉากที่พระเอกฟื้นขึ้นมาภายใต้กองขี้เถ้าเห็นขี้เถ้าล่องลอยอยู่รอบตัวชัดเจนและมีมิติมากขึ้นอีก
ส่วนเสียงน่ะหรือครับ เสียงกลางแจ่มชัด มีรายละเอียดระยิบระยับมากขึ้น
ได้ยินเสียงรากฝอยของต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่วิ่งขึ้นมาโอบรอบตัวเกรซ
ตอนจะทำพิธีเรียกวิญญาณเข้าร่างอวตาร
ชัดเจน และกรุ๊บกริ๊บมากขึ้น เสียงร้องและเพลงแบ๊กกราวน์ชัด และเด่นขึ้น

ต้องบอกว่าเป็น First Impression กับน้ำยาตัวนี้มาก
เห็นตามคู่มือบอกไว้ว่าทาน้ำยา Merlin นี่แล้วต้องรอให้เบิร์นสัก 100 ชั่วโมงจะเห็นผลอย่างชัดเจน
และน้ำยามีอายุอยู่ได้ 6 เดือน ต้องทากันใหม่

ตอนนี้สามารถสรุปได้ว่า เจ้าน้ำยา Merlin นี่ดีกับระบบภาพและโฮมเธียร์เตอร์จริง ๆ เห็นผลทันที
แล้วประหยัดกว่าเปลี่ยนไปเล่นสายใหม่ด้วยๆ สำหรับใครที่ยังไม่อยากเสียสตางค์ ค่าสายไฟและ
สาย HDMI เพิ่ม ส่วนใครที่ใช้สายทั้งสองแบบดีอยู่เดิมแล้ว (เช่นผม ฮิฮิ)
ใช้น้ำยาพ่อมดนี่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของภาพและเสียงอย่างเห็นได้ชัดเจนจริง ๆ
ผมว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มมากครับ (ราคาที่ผมซื้อมาขวดละ 2,750.- น่าจะใช้ทาได้ครบทั้งระบบของผมอยู่แล้ว)  ชอบมากครับ

ปล. เพื่อนๆ ในกลุ่ม กปห ท่านใดสนใจอยากลองดูมาแบ่งปันจากผมไปลองได้ครับ
ยินดีเจียดและแบ่งปันให้ไปลองกันแล้วจะได้ช่วยกันวิจารณ์ บางคนอาจบอกว่าไม่ดีก็ได้ต้องให้หลายๆ เสียงมาช่วยกันลองดูครับ
อย่าเพิ่งเชื่อจากที่ผมรีวิวก่อนจะพิสูจน์ด้วยตัวเอง (แต่รู้สึกคุณยิ้มละไม เอาไปลองแล้วถึงเหงื่อแตกเลย)

 

Part 2 : April 4, 2011
…………………………….

วันนี้ตอนสาย ๆ ลองเปิดดูบลูเรย์คอนเสิร์ต David Foster ชุดใหม่
หลังจากเมื่อวานเย็น ๆ ได้ทดลองทาเจ้าน้ำยาพ่อมดไว้ที่หัวสาย HDMI ที่ Marantz UD9004
และที่ปลั๊กไฟของเครื่อง JVC RS35

วันนี้เลยลองทาที่ปลายสาย HDMI ที่ไปเข้าเจ้าน้อง Mc MX150 ด้วย
โอ้ มันสด เนียน และภาพใสกริ๊บขึ้นอีก โมชั่นลื่นไหลดีมาก สีสวย มิติดีขึ้น เสียงก็กรุ๊งกริ้ง สดใส มากขึ้น
แต่เบสติดบวมใหญ่ขึ้นกว่าเดิม เดี๋ยวต้องลองทิ้งไว้ถึงเย็น ๆ ค่อยว่ากันใหม่

ระหว่างนั้น ก็นึกสนุกเอาน้ำยามาทาหัวปลั๊กสายไฟ Elrod Statement Gold ดูทั้ง 2 เส้น
ทาแล้วลองเสียบดู ฟังซีดีแผ่นคุ้น ๆ สองสามเพลง ก่อนจะต้องออกไปทำธุระกับท่าน ผบ.
ฮือ ผมว่าเสียงมันเคลียร์ นุ่มนวล เสียงกลางชัดเจนขึ้น มีรายละเอียดพริ้วขึ้น
เสียงรายละเอียดระยิบระยับมามากขึ้น โทนเสียงโดยรวมสงัดและนิ่งขึ้น
แต่อีกล่ะรู้สึกเบสบวมขึ้น ใหญ่ขึ้น แต่ไม่เป็นลูกๆ แบบที่เคยได้ยินก่อนนี้
ทำใจตามที่มีหลายคนรีวิวไว้ว่าชั่วโมงแรกเบสฟุ้ง บวม ต้องรอให้เบิร์นสัก 2 – 3 ชั่วโมงจะค่อย ๆ ดีขึ้น
ตัดใจเปิดเครื่องทิ้งไว้ออกไปข้างนอกก่อน

กลับมาถึงบ้าน 20.00 น. รีบตรงเข้าห้องฟังเพลงทันที หยิบมา 4 แผ่น

แค่แทรคแรกกับแทรคที่ 12 ของแผ่นโปรด Hugh Maskella – Hope เพลง Cold TRain
โอ้ ผมว่าผมไม่ต้องเปลี่ยนสายไฟมาใช้ Stealth Power ก็น่าจะได้นะ
แค่ทาน้ำยาที่หัวปลั๊กของสายไฟเดิม (ราคาแพงกว่า Stealth Power) เสียงที่ได้ยินน่าฟังมากขึ้น
ปลายแหลมและกลางไม่แข็งเหมือนเดิมที่คุณเอ๋บอกวันเอาสายไฟ Stealth มาให้ลองเทียบ
เสียงเบสที่ตอนเช้าบ่นว่าบวมและใหญ่ไป ตอนนี้นุ่มนวลขึ้น อิ่มขึ้น แต่ติดช้า เฉือยลงไปนิดหนึ่ง
แต่ก็ฟังสบายไม่เครียดเกินไป เสียงทีได้ยินออกมาใกล้เคียงที่ได้ยินจากสายไฟ Stealth เลยล่ะทีนี้

เอามาฟังอีก 1 เพลงจากแทรคที่ 14 ของ Davis Roth – More Pearl เพลง Where Have All The Flowers Gone?
เพราะมาก ๆ ครับ ฟังเพลงนี้แล้วชอบมาก
เสียงร้องอิ่ม ใหญ่ มีเนื้อมีหนัง เสียงสายกีตาร์พริ้วสั่นชัดเจนดีจริง ๆ

ยิ่งตอนทีคุณ Roth แกลากนิ้วเปลี่ยนคอร์ดบนคอกีตาร์ ได้ยินเสียงลากสายอย่างชัดเจน
เบสจากกลองใหญ่ก็อวบอิ่ม นุ่มนวล มีน้ำหนัก แต่ออกจะติดเฉื่อยช้าลงหน่อย
ของเดิม ๆ เบสจะใหญ่ แข็ง และกระชับ หยุดตัวเร็ว
แต่เบสคราวนี้มีปลายทอดยาวออกไปเล็กน้อยไม่หยุดทันที ซึ่งก็น่าจะสมจริงกว่าเดิม

เสียงนักร้องผู้หญิงที่ร้องท่อนฮุ๊คประกอบในเพลงก็สวย หวาน และชัดเจนขึ้น
ต้องบอกว่ายิ่งฟังแผ่นของ David Roth – More Pearl ชุดนี้แล้วชอบมาก ๆ เพลงเพราะทุกเพลง

มาฟังจากเพลงคุ้นเคยจากแผ่น AV HK 2009 แทรค 2 – Bolero/Torero
วงออร์เคสตร้าใหญ่ มีเวทีกว้างขึ้น แยกแยะชิ้นดนตรีได้ดีขึ้น
เสียงพวกเครื่องเคาะ โลหะชัดเจน กรุ๊งกริ้ง มากขึ้น

เสียงกลองใหญ่ก็อิ่มและกระพือได้ดีกว่าเดิม

แทรคที่ 3 – Concerto in LA min.Op3 N.9 per violin นี่
เสียงไวโอลินหยดย้อย สวยงาม สดใสจริง ๆ แทรคที่คุ้นเคยแทรคสุดท้าย คือแทรคที่ 8 Pie Jesu
เสียงออร์แกนลมขนาดใหญ่ในโบสถ์ ลงได้ต่ำ ลึกสุด ๆ สุดจนฝ้า
เพดานและพื้นสั่นสะเทือนแบบไม่เคยมาก่อน

ส่วนเสียงร้องระดับโซปราโน่ ก็เพราะ สดใส สูงพริ้วดีจริง ๆ
ได้ยินรายละเอียดถึงขนาดลมที่วิ่งลงไปในลำคอ
ตอนที่นักร้องผ่อนเสียงช่วงที่ต้องลากเสียงสูงยาว ๆ มีได้ยินลมขาดห่วงนิดหนึ่งในลำคอด้วย ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย
(ชักสงสัยว่าถ้าฟังเพลง กบกะจิ้งหรีด ของ ไชฉิน จะได้ยินเสียงกบชัดขึ้นหรือไม่นะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ต้องลองหน่อย)

แผ่นสุดท้าย หยิบเอาที่คุณนัถฯ จากร้านนิคสตูดิโอบอกว่าปราบเซียนถ้าแอมป์กับลำโพงไม่ถึง
แต่ผมลองแล้ว (ก่อนทาน้ำยา) แอมป์ Plinius กะ Usher Be20 เอาอยู่ เป็นแผ่น Super Trio ของค่าย Lim (Fim เดิม)

แทรคที่ 1 The River
เพลงกระฉับกระเฉงขึ้น เสียงฉาบสดใสมีน้ำหนักดี เสียงเปียโนกังวาล สดใส เพราะดี
เสียงเบสก็นุ่มลึกกว่าเดิม (เอ แต่ติดนุ่มนวลไปหรือเปล่า หว่า)

แทรคปราบเซียน แทรคที่ 16 เสียงทดลองเคาะเครื่องเคาะที่กลองชัดเจน
เห็นถึงการสั่นของแผ่นโลหะที่ถูกเคาะ

ส่วนกระเดื่องคีย์เปียโนก็ชัดเจนเวลาถูกกดลงแรง ๆ
ส่วนเสียงกลองชุดนี้ โอ้ ใหญ่กระพือและหนักแน่นมาก ๆ

เสียงกระเดื่องเท้าที่ฟาดลงบนกลองใหญ่ชัดเจน ทุ้มลึกหนักแน่น ได้อารมณ์

……………………………………………………………………………………………….

สรุปนะครับ ขนาดยังไม่ได้เบิร์นน้ำยาที่ทาไว้ให้ครบ 100 ชั่วโมง ก็บอกได้คำเดียวว่า
มหัศจรรย์มาก สมชื่อที่ตั้งว่า Merlin หรือ “พ่อมด” จริง ๆ ครับ
……………………………………………………………………………………………….

ก่อนเลิก ได้ลองทาน้ำยาลงบนขั้วสายลำโพง Wireworld Platinum ที่ใช้อยู่ทั้งสองปลาย
ทาแล้วเสียบทิ้งไว้
ตอนนี้เปิดเครื่องและแผ่นเบิร์นทิ้งไว้ทั้งคืน เดี๋ยวพรุ่งนี้เย็น ๆ จะรีบกลับมาทดลสอบเสียงดูว่า
ทาน้ำยาพ่อมดแล้วเสียงเป็นไง อาจจะไม่ต้องสั่งซื้อสายลำโพง Stealth Dream V.10
ให้เสียสตางค์อีกร่วมสามแสนเลยก็ได้นะ เพราะน้ำยาบ้านี่มีแววดีมาก

นี่แค่ทดสอบระยะสั้น ๆ เท่านั้น แต่ด้วยราคาแค่นี้ผมว่ามันคุ้มยิ่งกว่าคุ้มนะครับ

ปล. พรุ่งนี้ถ้าเสียงดีขึ้นอีกสงสัยต้องไล่ทาน้ำยามันทุกส่วนที่มีคอนแทคของระบบเสียงและภาพมันให้หมดขวดไปเลย

 

Part 3
…………….

เปิดเครื่องเบิร์นทิ้งไว้มา 48 ชั่วโมงแล้ว
วันนี้ลองแหยมลงไปฟังดูจากเพลงและแทรคเดิมๆ ดูอีกรอบว่าดีขึ้นหรือเหมือนเดิม

ผลที่ออก
…… เสียงกลางแหลมสดใสพริ้วไหว มีชีวิตชีวามากขึ้นอีก เสียงร้องอิ่ม มีมิติมีระยะที่ร้องชัดเจน สะอาด
ไม่ฟุ้งและเบลอ เวทีเสียงใหญ่เต็มเวทีเลย  ส่วนนี้ผมว่าดีนะผมชอบกว่าไม่ทาน้ำยา
…… เสียงเบส  ยังออกอาการเดิมอยู่คือ บวม นุ่มไปหน่อย ไม่หนักแน่นกระชับอย่างที่เคย ออกอาการปลายเฉื่อย
แต่โทนัลบาลานซ์สะอาด แต่มันไม่กึ๊ก ๆ แบบที่ชอบ ไม่รู้ว่ายังต้องเบิร์นไปอีกสัก 60 ชั่วโมงหรือเปล่า

ต้องรอพิสูจน์ต่อไป แต่เท่าที่สังเกตุอาการของเสียงเบสบวมในชุดของผมนี่เป็นช่วงแรก ๆ ที่ทาน้ำยามากกว่าตอนนี้
เรียกว่าระยะ 1 วันดีขึ้น อย่างงี้ยังพอมีแววต้องรอดูกัน

แต่สำหรับชุดเล็ก ๆ นี่น้ำยาพ่อมดเห็นผลชัดเจนมากครับ
( หมายเหตุ :  ชุดเล็ก ๆ พี่ จอขนาด 60″ … Mr.Big )

แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นผลชัดมาก ไม่รู้มีใครลองหรือยัง
ผมเอาไปทาที่ขั้วหูฟัง Ipod Touch ประจำกายผม (บังเอิญไปซื้อแอมป์ขยายหูฟัง
แบบพกพาของไทยทำ “ฐ+” จากงาน BKK HiFi มาพร้อมสายเชื่อมโมพิเศษมาใส่กับเจ้าหูฟัง
Westone3 ตัวเดิมของผม เอามาทาที่ขั้วแจ๊คตัวผู้หูฟังด้วย

ต้องบอกว่าทากับชุดนี้
เห็นผลดีขึ้นทันตาทุกย่านความถี่ สูง – กลาง – เบส โดยเฉพาะเบสนี่ยิ่งใหญ่
ได้ความชัดลึกแบบได้ยินได้ทันที (ต่างกับลำโพงชุดใหญ่ของผม)
ขนาดท่าน ผบ. ผมลองให้เขาฟังดู เขายังถึงกับบอกว่า
เอาเสียงอย่างงี้กับชุดฟังเพลงด้วย Ipod ที่ผมซื้อให้เขาใช้อยู่ด้วย

ผมก็บอกว่าไม่ได้ซื้ออะไรใหม่เข้ามาเลย แค่ทำน้ำยาลงไป 1 หยดเท่านั้น
เขาบอกว่า จะมีอย่างงี้ด้วยเหรอ
เดี๋ยวจะลองทาที่ขั้วใส่แบตเตอรี่ 9 โวลท์ที่เจ้าแอมป์ขยายหูฟังตัวเก่งด้วย

 

11 / 4 / 2554

กลับมาจากเชียงใหม่แล้ว วันนี้ลองเปิดฟัง 2 แชนแนลใหม่อีกครั้งหนึ่งจากแผ่นเดิมที่คุ้นเคย
เสียงเบสเริ่มดีขึ้น ไม่บวมเหมือนตอนทาน้ำยาใหม่ ๆ แต่ก็ยังติดเฉื่อยอยู่บ้าง ไม่พุ่งกระชับ
คงต้องลองเคาะตำแหน่งลำโพงดูเล็กน้อย เอาไว้ช่วงสงกรานต์ลองใหม่
แต่ดีขึ้นกว่าวันแรก ๆ เริ่มเห็นแววครับ

 

April 14, 2011
……………………………………………………………

ตอนนี้ระบบภาพผมว่า สีสวย อิ่มขึ้นจากเดิม ๆ ที่ได้ดูกันวันแรก ภาพใส Noise ไม่มี
(เดิมก็แทบจะไม่มีอยู่แล้ว) สีดำเข้มขึ้นอีกเล็กน้อย อันนี้ทำให้ภาพดูมีมิติชัดลึกมากขึ้นครับ
โดยรวมต้องบอกว่า น้ำยา Merlin นี่เห็นผลกับระบบภาพของผมมาก ๆ ครับ

ส่วนระบบเสียงสเตอริโอ 2 แชนแนล ตอนนี้เสียงเบสเริ่มอิ่มกระชับขึ้นจากที่ทาวันแรก
(น่าจะเบิร์นได้เกิน 100 ชั่วโมงแล้ว) เสียงเบสลดอาการเฉื่อยลงแล้ว
แต่หัวโน๊ตตัวเสียงต่ำมันออกมาแบบกลมๆ มนๆ ไปหน่อย สำหรับผมเสียงเบสแบบนี้ผมกลับไม่ชอบครับ
ผมชอบเสียงเบสที่หัวโน๊ตค่อนข้างคมและกระฉับกระเฉงกว่านี้
ซึ่งเป็นแบบก่อนที่ผมจะทาน้ำยา Merlin ลงไปยังขั้วสายลำโพงทั้งสองฝั่ง (ฝั่งขั้ว power amp กะฝั่งขั้วที่ตู้ลำโพง)

แต่โดยรวมแล้วเสียงเบสดีขึ้น ใหญ่ขึ้น เหมาะกับฟังเพลงประเภทคลาสสิคคอล แพลงซอร์ฟร๊อค หรือพวกบัลลาด ครับ
แต่เวลาฟังเพลงร๊อคหรือเพลงแจ๊สและเพลงบรรเลงแบบฟิวชั่นกระฉึกกระฉักนี่ผมชอบแบบเดิมครับ

เดี๋ยวจะต้องปล่อยเอาไว้อีกสักระยะดูก่อน (ครบ 200 ชั่วโมง) แต่พรุ่งนี้ตอนเย็นจะลองเช็ดน้ำยาออก
แล้วเอาพวกคอนแทคคลีนเนอร์มาเช็ดทำความสะอาดพวกคราบอ๊อกไซด์ที่มีอยู่เดิม
(ก่อนทาน้ำยา Merlin  นี่ขั้วลำโพงและขั้วแอมป์ผมมีคราบสกปรกพอสมควร
เพราะชุดนี้มีอายุ 1 ปีแล้ว ยังไม่เคยเช็ดทำความสะอาดเลย

วันนั้นใจร้อนรีบทาน้ำยา Merlin เร็วไปหน่อย เห็นที่กล่องเขียนไว้ให้
apply contact cleaner before use Merlin ด้วย แล้วจะรายงานผลนะครับ

——————————————————————————————————-

NOTE :

สงสัยพี่อ่านเร็วไปนิดครับ  ที่กล่องระบุว่า  Pre-Clean your contact

คือ ให้ทำความสะอาดก่อน   1. ใช้ผ้าเช็ด    หรือ 2. ใช้ Merlin ทาบาง ๆ เล็กน้อย แล้วเช็ดออก
*** มันจะทำความสะอาด + กำจัด Oxide ***

และวิธีการหลัง ผู้ผลิตแนะนำว่า ผลลัพธ์จะดีกว่า การเอาน้ำยายี่ห้ออื่นมาทำความสะอาด
*** เกรงเคมีทั้ง 2 ตัวจะมีผลกระทบต่อกัน ไม่แนะนำครับ ***

แล้วค่อยลง Merlin ทาบาง ๆ ให้ทั่วครับ

ขอบคุณครับที่ช่วยรายงานผล

——————————————————————————————————-

 

ชุดที่ใช้ทดสอบ
ระบบภาพ  projector – JVC RS35
bluray – Marantz UD9004
pre/processor – McIntosh MX150
HDMI – bluray >> pre/pro – Wireworld Platinum 1 meter
HDMI – preprocessor >> projector – Furutech 1.3v 10 meters
ระบบเสียง cd – EMMLabs XDS1
turntable – VPI Classic
cartridge – Dynavector V20
phono/pre – Audio Research Ref 2
main stereo preamp – VTL 7.5 serie II
poweramp – front – Plinius SA Ref 2 units (bridge monoblock)
– center, surround – Plinius 103A 3 units (bridge monoblock)
speaker cable – front, center – Wireworld Platinum 1.5 meter
speaker cable – surround – Nordost Blue Heaven 5 meters
interconnect cable – cd >> main pre – Stealth Sakra XLR 1 meter
– turntable >> pre/phono – Kimber RCA 2 meters
– pre/phono >> main pre – Wireworld Platinum XLR 1 meter
– main pre >> power amp (front) – Acoustic Zen Absolute XLR 6 meters)
– main pre >> power amp (center) – Acoustic Zen Absolute XLR 5 meters)
– main pre >> power amp (surround) – Acoustic Zen Absolute XLR 1.5 meters)
speaker – front – Usher Be20 Diamond
speaker – center – Usher 777 Diamond
speaker – surround – Usher Be10 Diamond
subwoofer – JL Fathom 113 2 uints

 

April 20
……………….

เสียงเซ็นเตอร์ตอนนี้ ชัดเจนขึ้นกว่าเดิม เดิมเสียงจากเซ็นเตอร์ Usher 777 Diamond ที่ขับด้วย
Plinius SA103 บริดจ์เป็นโมโนที่ 400 วัตต์ เดิมใหญ่อวบอิ่ม แต่ตอนนี้ใหญ่  อวบเหมือนเดิม แต่อิ่มน้อยลง
มีเสียงความชัดเจนของการพูดมากขึ้น ได้ยินเสียงซีส์ซีส์ของน้ำลายรอดไรฟันมากขึ้น
เวลาออกสำเนียงหางเสียง
ภาษาอังกฤษ พวกตัวเอส ตัวเอฟ ชัดเจนขึ้นครับ

ส่วนจาก 2 แชนแนลคู่หน้า Usher Be 20 diamond ที่ขับด้วย Pinius SA Ref บริดจ์โมโนบล๊อก
เป็นข้างละ 1000 วัตต์ นั้น ตอนนี้เบสไม่บวมเบลอแบบเมื่อตอนทาแรก ๆ แล้ว
เบสมีตำแหน่งดีขึ้น ชัดเจนขึ้น  เมื่อทาน้ำยาลงไปแล้ว มีการทอดเสียงออกไปจากเดิม

แต่ทาน้ำยาสำหรับระบบภาพนี่ เห็นผลเร็วที่สุดครับ
ใครที่คิดจะอั๊พสายแพง ๆ อาจลองใช้น้ำยาพ่อมดดูก่อนประหยัดได้พอควรเลยครับ

 

*** สรุปท้ายสุดจากพี่ Champ – กับชุด 2 CH ชุดใหญ่
พี่เขาชอบเบสแบบเดิมมากกว่า … แต่จะลองชุดเล็กในห้องอื่น ๆ อีกที
( แต่ได้แนะนำให้ลองทาเฉพาะขา Ground อย่างเดียว )
ส่วนระบบ Home Theater … เชียร์เต็มที่

 

JH-Audio-Ear-Phone

JH-Audio-Ear-Phone-2

สำหรับผลของน้ำยาพ่อมดใช้กับหูฟัง custom made ที่ผมใช้คือ JHAudio รุ่นถูกสุด
JH 5pro ผมใช้กับ Ipod Touch II จั๊มสายเงินแท้รุ่น “ไม้เอก” ไปเข้า amp ขยาย ipod
ไทยประดิษฐ์ ของคุณ Chim รุ่น “ฐ+”

อ๊ะ ดีขึ้นจริง ๆ ดีขึ้นกว่าที่ได้ฟังเดิม ๆ
มีความรู้สึกว่าเสียงแบ๊คกราวน์ดน๊อยซ์ลดลงมาก ๆ
ทำให้ได้ยินรายละเอียดระยิบระยับมากขึ้น ใสขึ้น เบสชัดเจนขึ้น
ฟังได้สนุกและมีรายละเอียดมากขึ้นจริง ๆ กว่าไม่ได้ทาครับ
อ้อ สุดท้าย สามารถเร่งวอลลุ่มให้ดังได้ขึ้นอีกโดยเสียงไม่ฟุ้งหรือแตกพร่าด้วย
อันนี้ผมว่าคุ้มครับ เพราะทาไปนิดเดียวจริงๆ

 

 

ขอบคุณพี่ Champ / HTG2

Also, this time I went to a that site nearby private hospital.


3 Responses to Review Merlin By Champ143 / Update 7

  1. magicboxaudio says:

    จาก Mr.Big ฐานะผู้ร่วมสังเกตุการณ์
    ……………………..

    ไปบ้านพี่ Champ มาวันนี้ ได้เปิดหู เปิดตาหลายอย่าง
    และถือโอกาสขอบคุณลูกค้าท่านแรกไว้ ณ โอกาสนี้ด้วยครับ

    เริ่มต้น พี่ท่านบอกเลยว่า อย่าเพิ่งคาดหวังอะไรมาก
    เพราะระบบที่บ้านผ่านเครื่องกรองไฟทั้งชุดใหญ่ ชุดเล็ก หลายตัว
    ปัจจุบัน ภาพไม่มี Noise อยู่แล้ว

    เปิด Avatar รอบแรก ภาพสวยเนียน ไม่มี Noise จริง ๆ

    รอบ 1 : หลังจากทา Merlin ที่เครื่องฉาย
    ……………………………………………..
    พี่ Champ พูดก่อนเลยว่า “เสียงมันดังขึ้น อุปทานหรือเปล่านะ ?”
    ตอนแรกไม่ทันสังเกตุ แต่จริงตามที่พี่ว่า มันดังขึ้น
    เป็นประสบการณ์ใหม่สำหรับผม เพราะวูบแรกคิดว่า
    ทาที่เครื่องฉาย เสียงมันจะดังขึ้นได้ยังไง … แต่มันก็ดังขึ้นจริง ๆ

    ( ตอนหลัง เพื่อนอีกคนบอกว่า มันน่าจะเนื่องจาก
    เครื่องฉายทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ไม่ไปโหลดระบบส่วนกลาง )

    ภาพเริ่มชัดเจนขึ้น Contrast เพิ่มขึ้น สีอิ่มขึ้นเล็กน้อย

    รอบ 2 : ทา HDMI ได้แค่ 2 จุดจาก 4 จุด ( คือต้นทาง และปลายทาง )
    ……………………………………………………………………………….
    คราวนี้ เสียงกระหึ่มชัดเจนมาก เดิมตั้งไว้ 47 ต้องลดลงเหลือ 40
    เสียงกลางแหลม ชัดเจน โดยเฉพาะฉากรากฝอย + เสียงร้องนางเอก
    อีกฉาก ตอนที่ Coptor ฝ่ายพระเอก ยิงใส่ยานใหญ่
    เสียงกระสุนกระทบผิวโลหะ เหมือนจริง ๆ + เสียงกระจกแตก ชัดขึ้นอีก

    สีสวย อิ่มขึ้นอีก ภาพที่คนนั่งเรียงราย ดูมีตื้นลึก มีหน้าหลัง
    ฉากพระเอกคุยกับนางเอก ตัว Body นูนเป็น 3D จริง ๆ
    ( ตรงนี้ ตอนดูด้วยกัน ไม่ได้พูดถึงเลย แต่ตอนสรุปความ เหมือนลอกการบ้านเลยแฮะ )

    ความคมชัดตามมาเรื่อย ๆ เห็นลวดลายผิวของโทรุคมัคโตชัดเจน มีเส้นเลือดตามลำคอ
    อีกฉาก ที่นางเอกขี่ SeZe ตอนปีกกระเพื่อม แสงดวงอาทิตย์กระทบปีก สว่างวาบกว่าเดิม

    ตอนท้าย สู้กันในป่าด้านล่าง แสงอาทิตย์เป็นลำชัดเจนขึ้น
    ( ชัดตั้งแต่ตอนก่อนทา แต่หลังทาชัดเจนขึ้นอีก )

    โดยสรุป สำหรับกรณีพี่ ทา HDMI ได้ผลดีกว่า

    ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีจริง ๆ เพราะเคยคิดว่าจะไม่เล่น Projector แน่ ๆ
    สงสัยต้องคิดกันใหม่แล้ว

    ขอบคุณครับ

  2. magicboxaudio says:

    เรียนพี่ Champ

    เท่าที่ทดสอบกับชุดของท่านอื่น
    เมื่อเสียงนิ่งแล้ว แต่เสียงยังไม่ลงตัวในบางจุด ( เช่น ของพี่เป็นเรื่องเบส )
    *** ให้ลองขยับตำแหน่งลำโพงดูครับ ***

    ระบบของพี่เดิมเสียง High Performance อยู่แล้ว
    ทา Merlin เพิ่มเข้าไป ระบบพี่ทำงานเต็มที่มากขึ้น
    ( แถมพี่ทาเข้าไป อ่านดู เกือบทุกจุดแล้วมั้ง )
    เหมือนกับเราเปลี่ยน Amp หรือเปลี่ยนสายไฟดี ๆ เข้าไป
    หลายครั้งที่เราตั้งปรับตำแหน่งลำโพงช่วยครับ
    เพื่อหาตำแหน่ง Optimum ของชุด

    ของผมก็เช่นกัน หลังจากนิ่งแล้ว เสียงมันคมไปนิด เบสบางหน่อย
    เพื่อนมาช่วยขยับให้ ลองหลายจุด อุ้มเข้าออก
    ได้โน่น ขาดนี่ เล่นเอาเหนื่อยเลย ( ผมอุ้ม มันฟังอย่างเดียว )
    สุดท้าย เลื่อนจากตำแหน่งเดิมแค่นิดเดียวจริง ๆ เสียงจึงลงตัว

    Acoustic เป็นอะไรที่น่าพิศวงจริง ๆ ครับ
    เดิมผมคิดว่าจะเอาเบสเพิ่ม ก็ถอยหลังหน่อย
    แต่สำหรับห้องผมไม่ใช่ เดินหน้าบางจุด เบสก็เพิ่มได้
    เดินมาอีกนิด เบสหายอีก

    ต้องลองดูครับ

    ขอบคุณมากครับ

    *** ท่านอื่น ๆ ร่วม Jam ได้นะครับ กรอกลงใน Comment ได้เลยครับ

  3. magicboxaudio says:

    “Acoustic เป็นอะไรที่น่าพิศวงจริง ๆ ครับ”

    เรื่องจริงครับ
    คนส่วนใหญ่คิดว่าจะเอาเบสเพิ่ม ต้องถอยลำโพงไปชิดผนังหลัง
    แต่ที่จริงมันเป็นเรื่องของเฟสลำโพงครับ
    เฟสของทุ้มกลางแหลมที่ขึ้นอยู่กับดีไซน์ของลำโพง
    ที่การถอยลำโพงเหื่อหาเบสไม่ใช่คำตอบเสมอไป
    บ่อยครั้งที่ต้องเดินหน้ามาใกล้จุดนั่งฟังมากขึ้น

    ผมเจอมากับตัว ขยับลำโพงเดินหน้ามาเกือบฟุตเสียงเบสดีกว่ามากมาย
    แถม coherence และ tonal balance ของเสียงก็ดีขึ้นด้วย

    ขอยกเครดิตนี้ให้คุณโก้ IAV ครับที่มาชี้แนะ
    และทดลองให้ผมได้ยินกับหูตัวเองในห้องฟังและลำโพงของผมเลย
    วันนั้นถือเป็นการเรียนรู้แบบ breakthrough ของผมอย่างนึงเลย

    และอีกอย่างที่หลายคนไม่ค่อยทำหรือไม่ค่อยอยากทำคือ
    ขยับระยะนั่งฟังเข้าหาหรือออกจากลำโพง
    เพื่อหาจุด sweetspot ของเฟสเสียง
    ลำโพงและชุดยิ่งไฮเอ็นด์ ยิ่งต้องละเอียด กล้าลองนอกกรอบ

    อย่างเร็ว ๆ นี้ผมไปศึกษาวิธีการของ Wilson น่าสนใจมากๆ
    และผมลองทำตามแล้วได้ผลจริงกับลำโพง wilson ของเขามากด้วย
    แต่ถึงแม้ เขาจะคิดมาเพื่อลำโพงของเขาเอง
    แต่ logic เขาเข้าท่ามากเพราะเริ่มต้นด้วยหลักการพื้นฐานของ
    interaction ระหว่างลำโพง กับ acoustic response
    ของห้อง ผมว่า apply ใช้กับลำโพงอื่นได้นะครับ

    ขอบคุณ คุณ Chaiyos (Mong)ครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published.